ไม่รู้ใครเป็นคนเริ่ม ไอ้ blog tag เนี่ย ไม่รู้มาก่อน พอเข้ามา โอ้โห เห็นมีแต่ tag tag tag
เข้าไปอ่านก็เลยได้ใจความว่าเป็นการให้อัพบล็อกตัวเองเกี่ยวกับเรื่องที่คนอื่นไม่ค่อยรู้มา5ข้อ แล้ว
เขียนบอกในหน้านั้นว่าจะให้ใครอีก5คน อัพบล็อกแบบนี้ต่ออีก เหอ เหอ .....
เราคงไม่ขอเอี่ยวกับไอ้ blog tag เนี่ย แต่ก็นึกสนุกอยากเขียนไอ้ 5 ข้อ กับเค้าบ้าง แต่จะไม่ส่งต่อ
เขียนอะไรดีล่ะ ที่เกี่ยวกับตัวเอง ที่คนอื่นไม่รู้ มีเยอะ ที่เปิดเผยได้ เอาอะไรดีล่ะ "-"
1. ชื่อที่ใช้ในเนทที่ไม่ใช่นามแฝง
Nis ก็มาจากชื่อเล่นจริงๆ Nid + อักษรตัวหน้าของชื่อจริง
เคยมีคนถามถึงที่มาเมื่อนานมาแล้ว แปลกดีที่ระยะหลังไม่มีใครถามเลย
หรือจะคิดจริงๆว่าชื่อเล่นชั้นสะกดแบบนี้หว่า ไม่ก็ แกจะใช้ชื่อไรก็ตามใจแกเหอะ + - +
2. J-rock วงอันดับ 1 ในดวงใจ
L'arc~en~cial จริงๆสูสีกับ Lunasea มากๆ เสียดายที่ลูน่าซียุบวงไปแล้วแต่สมาชิกบางคนก็ยังทำอัลบั้มอยู่นะ
เพลงที่ทำให้ชอบก็คือ Niji ฟังครั้งแรกก็ชอบเลย ทั้งๆที่ไม่รู้จักหน้าตาคนร้องมาก่อน แต่ก็ชอบ
3. ระหว่าง จดหมายธรรมดา กับ จดหมายอิเล็คทรอนิค
ฉันชอบจดหมายธรรมดามากกว่า เขียนด้วยลายมือตัวเอง ถึงไม่สวย แต่ก็ต้องตั้งใจเขียนพอประมาณ
นึกถึงตอนเรียนมัธยม มีpenfriend การได้เขียนได้อ่านและแบ่งปันเรื่องดีๆกับเพื่อนๆต่างเชื้อชาติ
หรือจะคนไทยเหมือนกันแต่ก็อยู่ต่างสถานที่ ทำให้ได้รู้อะไรเพิ่มมากขึ้นมากมาย มุมมองใหม่ๆ
ชีวิตที่แตกต่างจากเดิมและมิตรภาพที่ไร้พรหมแดนจริงๆ
อีเมลล์ถึงจะสะดวกรวดเร็วก็จริง แต่มันเหมือนขาดอะไรบางอย่างไม่รู้สิ ขาดความละเอียดอ่อนมั๊ง
หรือขาดอะไรกันน้อ.. ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า มันไม่อบอุ่นเท่าการได้มานั่งอ่านจดหมายจากกระดาษ
4. เพื่อนในโลกไซเบอร์
สำหรับฉัน ฉันค้นพบว่า เพื่อนที่รู้จักในโลกไซเบอร์หรือเพื่อนที่รู้จักในโลกจริงๆ
ก็ล้วนเป็นเพื่อนในโลกเดียวกันของชั้นเพราะคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าจอคอมฯมันก็คือคน คนจริงๆ
แต่เค้าจะแสดงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองหรือเปล่า มันก็อีกเรื่อง ซึ่งก็ไม่ต่างจากคนที่อยู่นอกจอ
บางคนก็ใส่หน้ากาก บางคนก็แสดงความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกับใจ ไม่ต่างอะไรกันหรอก
ทุกวันนี้ เพื่อนในจอบางคนก็ได้พบเจอกันแล้วและยังคบเป็นเพื่อนกันอยู่ ส่วนเพื่อนนอกจอ
เดี๋ยวนี้ บางเวลามันก็อยู่ในจอมากกว่าที่จะเจอมันอยู่นอกจอซะอีก อะไรๆก็ออนไลน์กันทั้งนั้น
ทุกคนต่างก็วิ่งเข้าวิ่งออกระหว่างหน้าจอคอมนี่แหละ ท่าจะเป็นอย่างนี้ไปตลอดแล้วมั้ง
หรือเราจะขาดมันไม่ได้ซะแล้ว ไอ้หน้าจอสี่เหลี่ยมๆเนี่ย
5. รอยยิ้มที่ประทับใจ
นานแล้วอีกเหมือนกันที่ไม่ได้เห็น ยังจำได้ตอนเด็กๆที่ตัวเองจะเป็นคนชอบยิ้ม เจอใครก็ยิ้ม
แต่จะไม่ค่อยพูด พูดน้อย จะยิ้มให้ไว้ก่อน ทุกทีที่ยิ้ม ก็จะมีรอยยิ้มตอบกลับมาเสมอ
ทำให้รู้สึกดีๆ และไม่รู้สึกแย่ที่จะยิ้มอีก ยิ้มให้ใครๆ แต่เดี๋ยวนี้ ฉันไม่กล้ายิ้มให้คนแปลกหน้า
ยิ้มแล้วไม่ยิ้มตอบยังไม่เป็นไร ทำหน้าแย่ๆกลับมาอีก และผู้ชายบางคนก็ทำท่าเหมือนกับว่า
ที่ชั้นยิ้มให้เนี่ย แสดงว่า คุณชอบผมใช่มั๊ย เฮ้ย...อะไรกัน เลยไม่กล้ายิ้มอีกเลย เจอใครก็จะ
ทำเฉยๆไว้ก่อนถ้าเค้ายิ้มมาก่อนแล้วรู้สึกว่ายิ้มมาแบบจริงใจไม่มีไรแอบแฝงก็จะยิ้มตอบ
จบละกับ 5 ข้อ ยังกับเขียนความในใจเลยเรา .....
ตอนนี้ก็พอเข้าใจขึ้นบ้าง
แต่บอกตรงๆก็คือยังงงอยู่งะ
#1 By ~ Ka Ren ~ on 2007-01-07 08:35