opinion

คำพูดประโยคนี้ เป็นหนึ่งในคำพูดแสดงความคิดของฉันที่อยู่ตรงด้านหลังไอซีคิว (ตอนนั้นอินเตอร์เนทยังไม่แพร่หลาย คนใช้ยังน้อยอยู่มาก เอาไว้จะพูดถึงเรื่องนี้แยกต่างหากสักหน้าละกัน)

ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ในหัวกันนะ ก็ไม่มีอะไรหรอก มันก็มาจากประสบการณ์รอบๆตัวน่ะ คนที่พบเห็นเรา เค้ามักจะคิดเองก่อนเสมอว่าเราเป็นยังไง คิดอะไร และจะทำอะไร บางครั้งก็ตีความจากภาพที่เห็น คิดไปเองว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เราจะทำแบบนั้นแบบนี้ พอเราไม่เป็นแบบที่เค้าคิดก็ทำท่าฉงน งง สงสัย และมองเราแปลกๆเหมือนตัวประหลาด ทั้งที่สิ่งที่เราคิดและทำนั้นมันก็เป็นเรื่องปกติที่คนทั่วไปเค้าทำกัน อย่างเช่น เรื่องดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น มีคนไม่เชื่อว่าเราจะฟังเพลงด้วย เราก็มานั่งนึกๆ แปลกตรงไหนนะ

คงเป็นเพราะภาพที่เค้าเห็นภายนอกมั้ง เป็นเด็กเรียน เงียบๆ(จริงๆก็เงียบเฉพาะคนไม่สนิท ไม่สนิทไม่กล้าเล่นด้วย) ดูหัวอ่อน (อันนี้ก็มีคนบอกมาเหมือนกันว่าคิดมาตลอดเลยว่าเป็นคนแบบนี้ จนมารู้จักตัวจริง ถึงได้รู้ว่าดื้อเอาการเหมือนกัน)ไม่มีปากมีเสียง (มีปากแต่ไม่อยากเถียงเพราะไม่ชอบทะเลาะกับใคร)หน้ายิ้มตลอดเหมือนไม่เคยโกรธใครในโลก (ตอนนี้ไม่เป็นแล้วไม่กล้ายิ้มกลัวคนว่าบ้า ไม่เหมือนแต่ก่อนเลย ไปไหนเรายิ้มให้คนที่เจอได้อย่างสนิทใจและก็มีคนยิ้มตอบเสมอ นิยมยิ้มให้สาวๆ เจอแต่พี่ๆผู้หญิงใจดีๆตอนนี้ไม่กล้า ไม่รู้ว่าคนเห็นเค้าจะคิดว่าเราไม่ดีหรือเปล่า อยู่ดีๆมายิ้มให้ ยิ่งผู้ชาย ยิ่งไม่กล้า กลัวเค้าคิดว่าเราไปอ่อย)

แต่เวลาอยู่บ้านหรือกับเพื่อนที่สนิทกัน จะรู้ว่า เราไม่เงียบ ชอบกวนๆ ปากเสียในระดับนึง แต่ไม่ใช่ปากพล่อยนะจ๊ะ ไม่ด่าใครถ้าไม่เหลืออด ชอบเก็บไว้ในใจมากกว่า แต่ตอนนี้ก็เปลี่ยนไปนะ กล้าพูดกล้าเถียงมากขึ้น กล้าแสดงความคิดเห็นแต่ก็ยังไม่ทันสถานการณ์อยู่ดี เวลาต้องทำจริงไม่ยักจะทำ กลับเงียบ ไม่กล้าซะงั้น เคยทำแล้วกลายเป็นเรื่องใหญ่โตทุกทีกับการที่เราแสดงออกมาตรงๆว่าไม่ชอบ ไม่พอใจ ทำไมคนรอบข้างที่ไม่ใช่ที่บ้านมักจะทนไม่ได้ไม่ได้ใช้คำหยาบพูดธรรมดาเลย

มีคนเคยวิเคราะห์ให้ฟังว่าที่เค้ารับไม่ได้กันเป็นเพราะผิดความคาดหมายของเค้า ด้วยความที่เค้าคิดมาตลอดว่าเราเป็นลูกไก่(ในกำมือ) เด็กน้อย ว่าง่าย ไม่เคยมีปากมีเสียง สั่งอะไรก็ทำตามนั้นจะทำอะไรไม่ดีใส่ เราก็จะยิ้มให้ตลอด ไม่เคยแสดงอะไรออกมา แล้วอยู่ๆมาวันนึง เค้าก็ทำอย่างที่เคยทำไม่ดี เราเกิดตบะแตกขึ้นมา ว่าเค้ากลับซะ เค้าก็เลยรู้สึกว่าทำใจยอมรับไม่ได้ก็แค่นี้เอง ถ้าเราแสดงออกตั้งแต่แรก เค้าก็จะรู้ว่าเราไม่พอใจและรู้ว่าถ้าทำไม่ดีจะเจอว่ากลับนะ

คนที่วิเคราะห์ให้เค้าก็บอก ทีหลังมีอะไรอย่าเก็บไว้ ไม่พอใจก็บอกไปเลย ยิ่งเราไม่ผิด ก็ยิ่งไม่ต้องมานั่งเงียบทนๆอยู่หรอก มันก็จริง ไม่ใช่ว่าที่เราเงียบ เราไม่โกรธ เราโกรธแต่ไม่แสดงออก แต่เก็บไว้ พอถึงจุดๆนึงที่มันทนไม่ไหว มันก็เลยไม่ยอมแล้ว จริงๆไม่ดีนะ พูดกันตรงๆเลยดีกว่า ใช้เหตุใช้ผลเก็บเอาไว้ ก็อึดอัด เก็บไว้ทำไมความโกรธ จริงป่ะ

เกริ่นมาซะยาว เข้าเรื่องสักทีหรือยังเนี่ย "ฉันเป็นในสิ่งที่คุณเห็น แต่ไม่ได้เป็นในสิ่งที่คุณคิด" โอเค ฉันไม่ปฏิเสธว่าสิ่งที่คุณเห็นฉันทำอะไรต่างๆนั่นมันไม่ใช่เรื่องจริง ฉันยอมรับว่าสิ่งที่คุณเห็นน่ะใช่ ฉันทำจริงๆแต่ภายใต้ภาพที่คุณเห็น คุณรู้มั้ยล่ะว่าฉันทำไปเพราะอะไร ฉันคิดอะไรอยู่ ฉันก็มีเหตุผลของฉันที่ทำสิ่งนั้นไป ก็แค่อยากบอกว่า ถ้าไม่เข้าใจ ไม่รู้จักฉัน อย่าเพิ่งคิดเดาเอาเองไปก่อนว่าฉันทำไปเพราะอะไร ถามกันสักคำก็ได้นะ ลองมองชั้นด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ไม่ต้องใส่ความคิดหรือจินตนาการลงไป บางทีคุณอาจจะเห็นก็ได้ว่าฉันทำอะไรอยู่ ทำไปเพื่ออะไร

ไม่อยากให้ตัดสินคนจากภาพที่เห็น สิ่งที่เห็นบางครั้งมันก็ไม่ใช่ความเป็นจริง คนเราเสแสร้งแกล้งทำกันได้ หรือสิ่งที่เราเห็นมันก็อาจจะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของเรื่องจริงก็ได้เหมือนกัน อย่าเชื่อตามากนัก อย่าเชื่อตามคำพูดคนอื่นโดยไม่ไตร่ตรอง คนเราปกติมักจะเลือกเชื่อซะด้วยสิ เชื่อเรื่องไม่จริง เชื่อเรื่องที่อยากเชื่อแม้จะเป็นเรื่องโกหกก็ตาม (อันนี้ออกแนวปิดหูปิดตาตัวเอง อาจเป็นได้ตอนมีความรัก)

ความคิดคนเรามันไม่มีขีดจำกัดซะด้วย จำไว้นะ ชีวิตเป็นของเรา คนอื่นจะมาว่าเรายังไง แต่ถ้าเราไม่ใช่ในสิ่งที่เค้าว่า และเราไม่ทำ เราก็จะไม่มีวันเป็นอะไรแย่ๆอย่างที่เค้าว่าเราหรอก เราจะเป็นอะไร มันอยู่ที่เรานะ เราเลือกได้ว่าจะเป็นอย่างที่เค้าว่ามั้ย คำพูดคนอื่นที่ไม่หวังดีไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ เค้าพูดอะไรแล้วเราต้องเป็นตามปากเค้าซักหน่อย

ป.ล. ลองพยายามเขียนแบบมีสาระ ตามเจ้าของเวปเค้าอยากให้เป็นเพราะบล็อกไม่ไช่ไดอะรี่

แต่ถ้าเป็นเรื่องดีๆ ก็มาเล่าสู่กันฟังก็ได้นะ จะสุขหรือทุกข์ก็ยังดีกว่าเก็บไว้คนเดียว ที่นี่มีเพื่อน @-@